วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

ชิมแต่พองาม อย่าสวาปาม

ชิมแต่พองาม อย่าสวาปาม

ในชีวิตประจำวันที่ยุ่งเหยิง มักทำให้ลืมความจริงข้อนี้ไป และไม่ได้ให้ความสนใจกับความสัมพันธ์ระหว่าง “อาหาร-จิตใจ-ร่ายกาย” อย่างที่ควรจะเป็น เราจึงควรนึกถึงประโยชน์ของอาหารที่ดีมีคุณค่า ห่วงใยสุขภาพตัวเองพอที่จะคิดก่อนที่จะเติมอาหารใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย 

ชิมแต่พองาม อย่าสวาปาม ญานิน

รับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ หลายมื้อดีต่อร่างกายมากกว่าการรับประทานอาหารสามมื้อใหญ่ แม้ว่า ปริมาณแคลอรีรวมจะเท่ากัน หนึ่งในการศึกษา พบว่า การแบ่งแคลอรีที่รับประทานออกเป็นมื้อเล็ก ๆ แปดมื้อ แทนที่จะรับประทานเป็นมื้อใหญ่สามมื้อ จะช่วยให้ไขมัน LDL (ตัว ไม่ดี) ลดลงได้ถึงร้อยละ 13 ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงร้อยละ 4 ระดับอินซูลินในเลือดลดลงถึงร้อยละ 28 ซึ่งจัดได้ว่า สูงมาก (การสร้างอินซูลินมากไป อาจก็ให้เกิดโรคเบาหวานและโรคมะเร็งได้) และยังมีข้อดีกับสุขภาพอื่น ๆ อีกมาก
การอดอาหารมาตลอดทั้งวัน แล้วมาสวาปามในตอนกลางคืนไม่ช่วยให้สุขภาพดีหรือผอมลงได้แต่อย่างใด ลองจินตนาการว่า พฤติกรรมแบบนี้จะส่งผลให้ถึงระดับอินซูลินของคุณอย่างไร!!!  ดังนั้น ขอแนะนำวิธีรับประทานอาหารแต่พองาม ดังนี้
สัดส่วนอาหาร
การเสิร์ฟอาหารด้วยปริมาณเพียง 2 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่งของปริมาณที่เสิร์ฟในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา และเมื่อ คุณเกิดอยากรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือ “อาหารตามใจปาก” เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ คุกกี้ช็อกโกแล็ตชิพ พยายามหาซื้อถุงขนาดเล็กที่สุดที่มีขาย (ลองนึกถึงขนาดตัวอย่างทดลองชิม) จะช่วยให้คุณทำร้ายร่างกายตัวเองน้อยลง และไม่รู้สึกอยากมากนัก คุณสามารถปฏิบัติเพื่อวางแผนการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพได้ดีขึ้น และจะดียิ่งขึ้น หากคุณรับประทานของว่างที่ดีต่อสุขภาพในเวลาที่รู้สึก “ความหิวจู่โจม”

ชิมแต่พองาม อย่าสวาปาม

  • *ขนมปังโฮลเกรนหนึ่งชิ้น กับฮัมมุส 1 ช้อนโต๊ะ (ถั่วกาบันโซผสมกับถั่วชิกพี สำหรับทาขนมปัง)
  • *อิงลิสมัฟฟินโฮลเกรน 1 ชิ้น กับครีมชีสไร้ไขมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • *แคนตาลูปครึ่งผลรับประทานกับโยเกิร์ตไขมันต่ำ
  • *มันอบกับซาวครีมไร้ไขมัน
  • *เบอร์เกอร์มังสวิรัติแบบอุ่นไมโครเวฟได้ กับมิโสะเนส ผักกาดหอม และมะเขือเทศ
  • *ถั่วเหลือง 1 กำมือ (ไม่เติมเกลือ หรือเติมเพียงเล็กน้อย)
  • *ก้านผักชีฝรั่งรับประทานกับฮัมมุส เนยอัลมอนด์ หรือเนยถั่วลิสง (ตรวจสอบฉลากว่าไม่มีไขมันไฮโดรจีเนต หรือหาแบบสด ๆ ได้จะดีที่สุด)
  • *ผลไม้หั่นเป็นชิ้นๆ
  • *มัฟฟินไขมันต่ำ
  • *ขนมอบทำจากแป้งข้าวกล้อง รับประทานกับชีสคอตเทจแบบไร้ไขมันและมะเขือเทศฝาน
ดั้งนั้น สิ่งที่เราควรระลึกไว้เสมอ คือ “อาหารที่เลือกรับประทานในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดสุขภาพของเราในภายภาคหน้า” ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่ทราบดีว่า “รับประทานอาหารอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้น” และเราต้องจำไว้เสมอว่า ความสำคัญอยู่ที่ “คุณภาพ” ไม่ใช่ “ปริมาณ”

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

เวลาชนบท : ยาบรรเทาความเครียด


ตำแหน่งที่สำคัญสำหรับสุขภาพจิตใจ คือ วิธีที่เราจัดการกับความเครียด ในหลาย ๆ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า วิธีที่เรารับมือกับเหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาพผิว และสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียอย่างฉับพลันหรืออาการช็อกอย่างเช่นการสูญเสียคนในครอบครัว การสูญเสียคนรัก หรือการถูกรางวัลลอตเตอรี่ ก็สามารถทำให้ “อะดรีนาลีน”  (Adrenaline) ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ จนอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือมีอาการหัวใจวาย และความเครียดที่เกิดจากการหย่าร้าง ความขัดแย้งกับสมาชิกในบ้านหรือที่ทำงาน และยังรวมถึงความเครียดในชีวิตประจำวัน เช่น นั่งในรถขณะที่การจราจรติดขัด เมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียด คือ “คอร์ติซอล” (cortisol) ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้มีผลทำให้ผิวมันสิว และโรคผิวหนังอื่น ๆ

ระบบจิตใจต่อเชื่อมเข้ากับร่างกาย ในเวลาที่เราต้องรับมือกับความเครียด เรียกว่า “ระบบประสาทต่อมไร้ท่อ” (neuroendocrine system) สารเคมีประสาทที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความเครียด สัมพันธ์กับโรคร้ายแรงหลายโรค การที่ร่างกายต้องเผชิญกับสารเคมีประสาทเหล่านี้มากเกินไป เช่น คอร์ติซอล เอพิเนฟริน และนอร์เอพิเนฟริน ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันตกต่ำ ทำให้ภูมิต้านทานต่อแบคทีเรียหรือไวรัสลดลง หรืออาจส่งผลถึงโรคร้ายแรงอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความเสื่อมโทรมของร่างกาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิต และมะเร็ง ซึ่งล้วนเป็นโรคที่เดิมเคยเชื่อว่า “เกิดจากความชรา

สิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดได้มาจากหลายแหล่ง เช่น ทางกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความเครียดจากสิ่งแวดล้อมที่เราต้องเผชิญทุกวัน เช่น มลพิษทางเสียง ข้อมูลต่าง ๆ ที่หลั่งไหลเข้าสู่สมอง การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว และเวลาที่ไม่เคยเพียงพอ แต่สิ่งสำคัญกว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียด คือ ปฏิกิริยาของเราที่ตอบสนองต่อความเครียดซึ่งส่งผลถึงสุขภาพที่แตกต่างกันในแต่ละคน ปฏิกิริยาการตอบสนองของเรานั้นขึ้นกับความเชื่อ การให้ความสำคัญ ทัศนคติ ประสบการณ์ในอดีต และบุคลิกภาพลักษณะการตอบสนองต่อความเครียดอาจดี หรือไม่ดีต่อสุขภาพ แม้แต่โรคที่เกิดจากความเครียด เราก็สามารถต่อสู้กับมันด้วยทัศนคติที่คิดบวก และความสามารถในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

นักวิจัยได้สิ่งที่อาจเรียกได้ว่า บุคลิกภาพที่ทนทานต่อความเครียด คือ ทัศนคติบางอย่าง และลักษณะพฤติกรรมบางประเภทที่ช่วยให้บางคนรับมือกับความเครียดได้ดีกว่าคนอื่น ผู้ที่ทนทานกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มักมองชีวิตในแง่ดี ควบคุมจิตใจได้ดี มีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความยืดหยุ่น และไม่ค่อยมีอารมณ์ในทางลบ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ความเป็นปรปักษ์ เห็นแก่ตัว หรือไม่ชอบเข้าสังคม อารมณ์หุนหันพลันแล่น และความรู้สึกไม่มั่นคง ซึ่งความสามารถในการลุกขึ้นรับมือกับปัญหา หรือการฟื้นตัวจากความโศกเศร้าในชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสุขภาพที่ดีในยามแก่ชรา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้สูงอายุในต่างจังหวัดหลายคนมีคุณสมบัติดังกล่าว

อนึ่ง ที่กล่าวมาไม่ได้หมายความว่า ผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่กับชีวิตที่ปราศจากความเครียด ในทางตรงกันข้าม เราพบว่า หลายครั้งที่พวกเขาฟื้นตัวจากความหายนะ และความสูญเสีย เช่น ความยากจน การกดขี่ อุทกภัย ภัยพิบัติ และอุปสรรคในชีวิตด้วยความสามารถในการปรับตัวที่สูงอย่างน่าอัศจรรย์ เราพบว่า พวกเขามีอารมณ์ในทางลบและความซึมเศร้าน้อย และยังมีการพบปะสังสรรค์ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยคลายเครียดได้มาก โดยส่วนใหญ่แล้ว ในชีวิตประจำวันพวกเขาไม่เร่งรีบ ถูกรบกวน หรือกดดันในเรื่องของเวลา พวกเขาจึงมีระดับความเครียดต่ำ และมีความมั่นใจในตัวเอง และเด็ดเดี่ยว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้สามารถรับมือกับความเครียดจากเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น การสูญเสียคนในครอบครัว ปัญหาอุทกภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือ พบว่า ผู้สูงอายุหลายคนมีความเป็นผู้นำค่อนข้างโดดเด่น ถึงแม้ว่า ระบบวัฒนธรรมของพวกเขาจะให้ความสำคัญกับความอ่อนโยน สุภาพ นุ่มนวล ง่าย ๆ ผ่อนคลาย ไม่แข็งทื่อ ซึ่งผู้สูงอายุต่างมีบุคลิกภาพที่แน่วแน่ และมีทัศนคติที่คงความอ่อนเยาว์ และยังเชื่อมั่นว่า “ทำได้” ประเด็นที่สำคัญ คือ พวกเขามองตัวเองว่า เป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งเป็นลักษณะทางวัฒนธรรมที่จัดให้ผู้สูงอายุอยู่ในตำแหน่งที่สูงและเป็นที่เคารพ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รู้สึกดีกับตัวเอง

โครงสร้างทางสังคมทั้งหมด ดูจะเข้ากันได้กับจังหวะชีวิตแบบเนิบ ๆ ที่รู้จักกันว่า “เวลาต่างจังหวัด” การรับรู้เวลาในลักษณะเฉพาะแบบนี้ ส่งผลดีต่อสุขภาพของประชากรทั้งหมด และแน่นอนว่า ไม่เป็นอันตรายกับพวกเขา หากคิดจะนำมาใช้ โดย “การรับเวลาต่างจังหวัด” เข้าสู่ชีวิตในบางช่วงเวลา ซึ่งเปรียบได้กับยาที่ช่วยบรรเทาความเครียด ที่เกิดจากเวลาในสังคมปัจจุบันที่เดินเร็วเกินไป





วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

รู้ไหม อะไรคือ ปัจจัยที่สำคัญต่อสุขภาพของเส้นเลือดแดงอื่น ๆ


การใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดี หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หมั่นตรวจวัดความดันโลหิต ออกกำลังกายสม่ำเสมอและใส่ใจกับสุขภาพใจล้วนมีส่วนในการดูแลและปรับปรุงสุขภาพหัวใจของคุณ ฟังดูเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนน่าจะเข้าใจดี แต่รายละเอียดต่าง ๆ อาจทำให้ยุ่งยากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องอาหาร เราถูกกระหน่ำด้วยบทความจากสื่อต่าง ๆ มาโดยตลอด ว่าอาหารชนิดนั้น ชนิดนี้ จะป้องกันโรคกันเราจากโรคนี้ อาหารจะช่วยบำรุงผิว ดูแลผิวหน้า ผิวพรรณ อาหารเสริมช่วยให้ผิวขาว อาหารช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA UVB UVC  อาหารชนิดโน้นจะดีกับโรคนั้น เช่น รำข้าวโอ๊ตสำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเขือเทศสำหรับต่อมลูกหมาก เต้าหู้สำหรับมะเร็งเต้านม บลูเบอรี่สำหรับมะเร็งทุกชนิด ในขณะที่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า การรับประทานอาหารเหล่านี้ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ แต่ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น เช่นเดียวกับที่ “มัลเดอร์ตัวเอกของซีรีย์เอ็กซ์ไฟล์เคยกล่าวไว้ ข้อเท็จจริงนั้น ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เพียงแต่เราต้องถอดรหัสมันให้ได้เท่านั้น”

ในขณะที่ โครงสร้างหลักของอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจ คือ ผัก ถั่ว (เช่น ถั่วเหลือง และถั่วอื่นๆ) ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี หรืออาหารจากพืชเส้นใยสูง คุณไม่จำเป็นต้องเป็นมังสวิรัติ ที่รับประทานแต่ผักและผลไม้ ถึงจะมีสุขภาพดีได้ จริง ๆ แล้วการจำกัดอาหารและการใช้ชีวิตมากเกินไปก็ไม่ดีกับสุขภาพเช่นกัน และคุณไม่จำเป็นต้องจำกัดการรับประทานไขมัน ให้ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ของแคลอรีรวมด้วย คุณสามารถรับประทานไขมันเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของไขมัน ซึ่งจะเล่าสู่กันฟังในครั้งต่อไป

โดย กุญแจหลัก คือ ความพอประมาณและความสมดุลที่เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องมีแผนการใช้ชีวิตโดยรวมที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้คุณผอมเพรียว ฟิตและเฟิร์ม และที่สำคัญ คือ มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เรามีปัจจัยการใช้ชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาร่วมเหล่านี้ เป็นที่คุณสามารถควบคุมได้ และสามารถเพิ่มหรือลดความเสี่ยงต่อโรคของหลอดเลือดได้ ตั้งใจดูตารางนี้กันนะค่ะ

ปัจจัยการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อโรคของหลอดเลือดมากที่สุด
หลักฐานยืนยัน
ปัจจัยที่ช่วยป้องกัน*
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
ดีเยี่ยม
ปลา (โอเมก้า 3)
ดัชนีมวลกายต่ำ
อัตราส่วนคอเลสเตอรอลต่ำ**
ระดับโฮโมซิสเทอีนต่ำ
อาหารไขมันอิ่มตัวต่ำ
มีกิจกรรมทางกายภาพ
รับประทานอาหารจากถั่วเหลือง
เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง
อัตราส่วนคอเลสเตอรอลสูง
ระดับโฮโมซิสเทอีนสูง
อาหารไขมันอิ่มตัวสูง
อ้วน (ดัชนีมวลกายสูง)
สูบบุหรี่
ดี
ฟลาโวนอยด์
โฟเลต
ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
      แต่พอประมาณ
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
ผัก
ขาดการสนับสนุนจากสังคม
     รอบข้าง
บุคลิกภาพแบบเอ
ซึมเศร้า



อาจเป็นไปได้
วิตามินบี 3 บี 6 บี 12


*ปัจจัยลบ
**ปริมาณของคอเลสเตอรอลแต่ละชนิด (HDL สูง LDL ต่ำ) ก็มีความสำคัญ แต่ได้นำอัตราส่วนคอเลสเตอรอลมาคำนวณร่วมแล้ว

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

ความแค้นจากแรงเฉือนเส้นเลือดแดง

ความแค้นจากแรงเฉือนเส้นเลือดแดง

เมื่อใดก็ตามที่การหมุนเวียนของเลือดบกพร่อง ไม่ว่าในอวัยวะใด
นั่นหมายถึง เรากำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรืออาจหมายถึงชีวิต”


ถ้าเรามีเส้นเลือดแดงที่สะอาด สิ่งแรกที่เห็นได้จากภายนอก คือ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวล และดูขาวใสอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

“เส้นเลือดแดง” ส่วนสำคัญของร่างกายมีหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจน น้ำตาลกลูโคส กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอนไซม์ และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้เซลล์ทำงาน เซลล์บางชนิด เช่น เซลล์สมอง สามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่นาที หากขาดเลือดมาหล่อเลี้ยงสมอง เซลล์หัวใจ และกล้ามเนื้อลายอาจอยู่ได้นานกว่าเซลล์สมองเล็กน้อย คือ นานเป็นชั่วโมง แต่ท้ายที่สุดแล้ว หากไม่มีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยง อวัยวะนั้น ๆ ก็จะต้องตายในที่สุด ซึ่งภายในร่างกายเรามีหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงผิวหนัง และอวัยวะอื่น ๆ ยิ่งถูกทำลายอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสารอาหารที่จัดเป็นผู้ร้ายหลักสองชนิดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของหลอดเลือดแดง คือ ระดับของโฮโมซิลเทอีนและคอเลสเตอรอลที่สูงในเลือด และแน่นอนว่า มีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถควบคุมได้ รวมถึงการรักษาระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่อย่างเคร่งครัดออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช รวมทั้งเมล็ดถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วเหลืองให้มากพอ

เมื่อร่างกายมีเส้นเลือดใหญ่ที่เป็นโรคอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย มีความเป็นไปได้สูงที่เส้นเลือดแดงในส่วนอื่น ๆ จะเป็นโรคด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดส่วนปลายด้วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดแผลที่บริเวณขา และก็เป็นเหตุผลที่เจ็บหน้าอก “แอนไจนา” (กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด) ถือว่า เป็นสองในสามของฆาตกรในโลก คือ โรคหัวใจและอัมพาต/อัมพฤกษ์สัมพันธ์โดยตรงกับการทำงานของหลอดเลือดแดง และยังมีโรคอื่น ๆ อีกมากที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการไหลเวียนของเลือด

กุญแจสำคัญในการเพิ่มอายุขัยเฉลี่ยได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้หลอดเลือดมีสุขภาพดี คือ การควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ การตรวจวัดระดับความดันโลหิตเป็นสิ่งสำคัญ ความดันที่สูงไม่เพียงแต่อาจทำให้ “ท่อ” แตกได้ แต่ยังผลให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “ความแค้นจากแรงเฉือน” โดยโรคหลอดเลือดหัวใจ ความแค้นจากแรงเฉือนเป็นความดันที่เกิดกับผนังหลอดเลือดในจุดที่การไหลของเลือดมีความเชี่ยวสูงสุด

!!!ลองนึกภาพ!!! แม่น้ำเชี่ยวกราก ในจุดที่สายน้ำเชี่ยวที่สุด จะเป็นจุดที่ตลิ่งถูกกัดเซาะ                                            จนท้ายที่สุดอาจเกิดเป็นเวิ้งลึกและกว้างขึ้น เฉกเช่นที่แม่น้ำโคโลราโดกัดเซาะตลิ่ง จนเกิดเป็นแกรนด์แคนยอน

ซึ่งหากกระบวนการเดียวกันนี้ เกิดขึ้นในเส้นเลือดแดงภายในร่างกายในบริเวณที่ความดันเลือดสูง ได้มีการกัดกร่อนจนเกิดรอยปริขึ้นที่ผนังเส้นเลือด

สิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติภายในร่างกายมนุษย์ คือ ร่างกายใช้คอเลสเตอรอลในการซ่อมแซมรอยปริที่ผนังเส้นเลือด คอเลสเตอรอลที่สะสมผนักและทำให้เส้นเลือดตีบลง ถูกร่างกายนำมาใช้เป็นปูนขาวพอกปิดแผล ดังนั้น หากคอเลสเตอรอลต่ำเกินไป ก็จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอัมพาตจากเส้นเลือดในสมองแตก แต่ก็เป็นประเด็นขัดแย้งกันเองทั้งในร่างกายและหลักความเป็นจริง คือ ปัญหาที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป และร่างกายใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยในการอุดรอยปริเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกจุด ไม่นานนัก ก็จะส่งผลให้ผนังเส้นเลือดหนาขึ้น แล้วก็จะเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน หรืออัมพาตจากเส้นเลือดสมองอุดตันจากคอเลสเตอรอล ดังนั้น การควบคุมความดันโลหิตจึงเป็นจุดร่วมที่สำคัญสำหรับโรคหลอดเลือดทุกชนิด โชคดีที่เรารู้ว่าจะควบคุมมันด้วยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม รับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานเกลือโซเดียมต่ำ และรับประทานยาหากว่าการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไม่ได้ผล ความสำคัญของการลดการรับประทานเกลือ เห็นได้จากนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อหลายสิบปีก่อนที่สั่งให้อาหารหลายประเภท เช่น ซอสถั่วเหลือง มิโสะ ลดปริมาณเกลือโซเดียมลง ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับความดันโลหิตของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก และเป็นหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองต่ำลง และอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

!!!ประเทศไทยก็ได้มีการการรณรงค์ลดเค็ม อย่างเช่น สมาคมโรคไตแห่งประเทศได้รณรงค์ลดเค็ม วันไตโลก หรือโครงการลดเค็มครึ่งหนึ่ง คนไทยห่างไกลโรค ซึ่งจะเห็นว่า เป็นการรณรงค์ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคการแพทย์เป็นสำคัญ แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งเด็ดขาดจากรัฐบาลดังเช่นรัฐบาลญี่ปุ่นที่ประกาศเป็นนโยบาย ดังนั้น ผลที่ได้ย่อมแตกต่างกันเช่นนี้



วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

วิถีชีวิตไทยเอกลักษณ์การชะลอวัยที่แท้จริง


แนวคิดเรื่องความเป็นอมตะ หรือการมีสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ไปตลอดกาลเป็นแนวคิดที่ทรงพลัง ซึ่งในแต่ละสังคมก็มีเรื่องราวและความเชื่อที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราอาจไม่ได้อยู่อย่างเป็นอมตะ แต่เรารู้ว่า จะเพิ่มโอกาสการอยู่อย่างสุขภาพดีไปตลอดชีวิตได้อย่างไร แม้เราจะไม่มีวิธีที่จะย้อนกระบวนการชราที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่เราสามารถชะลอวัยได้ และการถดถอยที่มักจะเข้าใจว่าเป็น “การแก่ตามธรรมชาติ” ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างใด เราสามารถที่จะอยู่ยืนยาวขึ้นอีก 5–10 ปี ดูอ่อนกว่าวัยขึ้นแข็งแรงขึ้น และรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในการใช้ชีวิต เราสามารถวางแผนเฉลิมฉลองให้กับอายุที่มากขึ้น แทนที่จะต้องหวาดระแวงกับความแก่ที่คืบคลานเข้ามา ดังนั้น พวกเราจะมีสุขภาพที่ดีตลอดไปได้ด้วยการปฏิบัติตามวิธีการดูแลสุขภาพและชีวิตแบบไทยที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยมีพื้นฐานนับร้อยปีจากภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งประกอบไปด้วย การรับประทานอาหารแบบไทย การออกกำลังกายในแบบไทย จิตวิญญาณการมองโลกในแบบไทย การปฏิบัติตนที่ช่วยคลายความเครียด เป็นการควบรวมการดูแลสุขภาพในแบบไทยและแบบตะวันออกเข้าด้วยกัน


จริง ๆ แล้ว การรับประทานอาหารในแบบไทยอย่างเดียว ก็เป็นดั่งยาอายุวัฒนะที่ทรงพลังแล้ว ด้วยอาหารแคลอรีต่ำที่มีส่วนประกอบจากพืช และแป้งไม่ขัดสี ไม่เพียงแต่จะตรงกับคำแนะนำของสถาบันมะเร็ง แต่ยังเหนือชั้นกว่าคำแนะนำมาตรฐานขึ้นไปอีก โดยอาหารไทยสามารถตอบโจทย์อาหารเพื่อสุขภาพที่ผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำไว้ทั้งหมด ว่าเป็นอาหารที่ช่วยป้องกันโรคส่วนใหญ่ที่สัมพันธ์กับความชรา รวมไปถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง และโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ที่รับประทานคงความผอมเพรียวและสุขภาพดีไปตลอดชีวิต คุณประโยชน์ที่กล่าวไปนี้ ล้วนมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนรวมทั้งงานวิจัยต่าง ๆ ด้วย ที่สำคัญยังช่วยลบล้างความเชื่อเรื่องการรับประทานอาหารแบบโลว์คาร์บไดเอต (Low-carb / Low-carbohydrate) ที่กำลังอยู่ในกระแสสังคม น่าจะพอกันทีกับ “การคลั่งอาหารตามแฟชั่น”


แต่โบราณคนไทยจะออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่จะบ่มเพาะสุขภาพที่ดีผ่านทางวิถีชีวิต ซึ่งปฏิบัติกันแพร่หลายมาหลายร้อยปีแล้ว ดังเช่นการเต้นรำพื้นเมืองในแต่ละท้องถิ่น ทั้งชายหญิงได้เรียนรู้มาตั้งแต่วัยเยาว์ และยังคงฝึกฝน มีงานเทศกาลรื่นเริงในแต่ละช่วงฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่า เป็น “พลังชีวิต” และเป็นการใช้วิถีชีวิตอย่างสมดุลสอดคล้องกับวิถีธรรมชาติโดยแท้จริง โดยในแต่ละกิจกรรม เทศกาลงานรื่นเริงต่าง ๆ ยังได้ช่วยเสริมสร้างความศรัทธา ความรัก ความสามัคคีไปพร้อม ๆ กัน จึงก่อให้เกิดพลังแห่งการเยียวยารักษาเพิ่มขึ้น


การใช้ชีวิตแบบชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องจิตวิญญาณในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ที่ผสมผสานความเชื่อ ในเรื่องความเคารพยำเกรงต่อธรรมชาติ ความเชื่อในวัฒนธรรมไทยในเรื่องความเคารพนับถือผู้อื่น และจิตวิญญาณของชนพื้นเมือง ซึ่งเชื่อว่าผู้หญิงเป็นผู้รักษาความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณ ระหว่างสังคมยุคใหม่และทุกสิ่งในอดีต และการให้ความเคารพต่อผู้อาวุโส ดังเช่น ประเพณีรดน้ำดำหัว ที่ถือว่า การแก่อย่างมีคุณภาพ ควรเฉลิมฉลองด้วยพิธีกรรม


แนวคิดการตอบแทนซึ่งกันและกันของไทยที่มีมาแต่โบราณ ถือเป็นปรัชญาที่เป็นรากฐานของการทำงานร่วมกัน โดยคนในหมู่บ้านจะร่วมมือกันปลูกพืช เก็บเกี่ยวผลผลิต และพึ่งพากันเพื่อความอยู่รอด “การลงแขกเกี่ยวข้าวประเพณีของชาวนาไทย” อาจคล้ายกับ “การช่วยเหลือเพื่อนบ้าน” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาวนาไทย ซึ่งความสัมพันธ์ส่วนบุคคลลักษณะนี้ เป็นความสัมพันธ์ที่ทรงพลัง จากการศึกษางานวิจัย พบว่า ไม่เพียงแต่ช่วยให้ชีวิตยืนยาวขึ้น แต่ยังช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ด้วย ช่างโชคดีที่มีแนวคิดดี ๆ อย่างนี้มาใช้ในการดำเนินวิถีชีวิตของชาวนาไทย


จุดแข็งของวิถีชีวิตของไทย คือ “ศาสตร์ด้านสมุนไพร” ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงถึงวิธีการแบ่งบัน ความแข็งแกร่งมาจากผู้อื่นด้วย ซึ่งไม่ได้มีจุดหมายเพียงเพื่อให้ปลอดโรค แต่ยังรวมไปถึงความสมบูรณ์สูงสุดของสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยใช้วิธีการบ่มเพาะผ่านการใช้ชีวิตประจำวันที่นำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ


การมีสุขภาพอันยืนยาวของผู้สูงอายุไทยในชนบทปัจจุบันนี้ เป็นคำตอบของ “การชะลอวัย” ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่แท้จริง ดังนั้น เราควรเก็บรักษาวิถีดั้งเดิมวิถีแห่งความเป็นไทยดั้งเดิม และนำสู่สายตาชาวโลก ก่อนที่จะหายสาบสูญไป โดยให้ความสำคัญในทุก ๆ ด้านตั้งแต่เรื่องอาหาร ไปจนถึงจิตวิญญาณ ความสัมพันธ์ของคนในสังคม และการดูแลผิวพรรณ สุขภาพที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทย