วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

เครียดแค่ไหน ก็ต้องหยุด “เท้าคาง” นะ!

เครียดแค่ไหน ก็ต้องหยุด “เท้าคาง” นะ!

เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุก ๆ ริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์ แต่ถ้าหากเรารู้จักวิธีการชะลอ หรือยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นก่อนเวลาอันสมควร ก็คงเป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่หรือ? เพราะเชื่อแน่ว่า ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าเกิดขึ้นก่อนวัยแน่นอน ยิ่งตอนนี้เราเองก็ไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะทำอะไรก็เต่งตึงเด้งดึ๋งไปหมด ไม่ว่าจะหัวเราะ หรือร้องไห้ เมื่อหยุดแล้ว ริ้วรอยของอิริยาบถบนหน้า ใบหน้าก็จะหายไปในทันที ไม่ว่าจะทำบ่อยแค่ไหนก็ตาม

โดยเฉพาะอิริยาบถประเภทนั่งเท้าคาง นับเป็นท่าทางที่เสี่ยงต่อริ้วรอยบนใบหน้าได้เร็วแบบที่เรามักไม่รู้ตัว และเป็นสิ่งที่เราชอบเผลอทำกันบ่อย ๆ เสียด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วคนในช่วงวัยอายุ 30 ปีขึ้นไป มักจะเกิดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าได้ง่าย แถมริ้วรอยนี้ยังเลือนหายไปยากอีกต่างหาก นั่นก็เพราะเมื่อเวลาผ่านไปผิวหนังมันไม่เด้งดึ๋งกลับไปเต่งตึงง่าย ๆ เหมือนเด็กแล้วนั่นเอง

ดังนั้น ถ้าหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว (อายุ 30 ปีขึ้นไป) ก็ควรพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรม รวมทั้งอิริยาบถต่าง ๆ เสียตั้งแต่ตอนนี้ โดยเฉพาะการเท้าคาง เพราะการนั่งเท้าคางแค่ไม่กี่นาที ก็ทำให้เกิดริ้วรอยได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจาก เกิดการกดทับขึ้นบนผิวหน้า และถ้าใครที่ทำบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ กันเป็นประจำแล้วล่ะก็ ริ้วรอยก็ยิ่งจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้น หากคุณรู้สึกว่า เมื่อยคอจนอยากนั่งเท้าคางให้รีบเตือนตัวเองไว้ทุกครั้งว่า “ไม่ทำนะ เดี๋ยวแก่” ถ้าเป็นไปได้ ให้หาเวลาพักสายตา ออกไปเดินเล่น ยืดแขนยืดขาบ้าง อาจช่วยบรรเทาการเหนื่อยล้าได้ หรืออาจนอนหลับตาพักผ่อน นวดกดจุดผ่อนคลายบริเวณใบหน้าและต้น ก็จะเป็นการช่วยได้เยอะเลยทีเดียว


นอกจากนี้ ต้องรู้จักถนอมผิวด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น ใช้ครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อครีมเข้มข้น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย และกระตุ้นการผลิตเซลล์ผิว อาจเป็นครีมที่มีส่วนผสมของ AHA หรือวิตามินซีรวมอยู่ด้วย เพื่อเรียกความสดใสของผิวที่หายไป ถ้ามีเวลาก็หมั่นไปทำทรีทเม้นท์เพื่อให้อาหารผิว ทำเลเซอร์บ้าง จะเป็นอีกทางที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้กับผิวและได้ผลดี ที่สำคัญไปกว่านั้น ไม่ควรลือมใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดค่า SPF สูงพอในปริมาณที่เหมาะสมในทุกวันด้วย เมื่อดูแลดีแล้ว แม้วันนี้หรือวันหน้าที่เรากำลังจะก้าวข้ามเลข 3 หรือเลยไปไกลแล้วก็ตาม แต่ถ้าผิวเรายังเด็กกว่าอายุจริง มีความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งสดใสไม่มีริ้วรอยก่อนวัย ก็เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจไม่ใช่เหรอจ๊ะสาว ๆ

นวพร เอี่ยมธีระกุล
Email : yanincosmetic@hotmail.com

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

ปรับอีกนิด ชีวิตเลี่ยงแดด

ปรับอีกนิด ชีวิตเลี่ยงแดด

สิ่งที่พึงระวังยามหน้าร้อน คือ กลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ซึ่งอาจจะส่งผลให้เราพักผ่อนน้อยลงโดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าหากว่าเราเข้านอนเวลาปกติ แต่แดดออกเร็วกว่าปกติ ร่างกายก็จะตื่นเร็วกว่าปกติไปวันละนิดละน้อย เมื่อบวกกับอากาศร้อนตอนกลางวันที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียกว่าปกติแล้ว คุณอาจจะเกิดอาการอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนล้าได้โดยไม่ทราบสาเหตุ (ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วสาเหตุเกิดจากสิ่งที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้นนั่นเอง) ดังนั้น ปรับเปลี่ยนวิถีการนอนและตำแหน่งอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ในห้องนอนรับหน้าร้อนดีกว่าค่ะ

ดูตำแหน่งเตียงนอนว่า รับแสงแดดตอนเช้าเต็ม ๆ หรือไม่ ถ้าสามารถเลื่อนเตียงนอนให้หลบแสงแดดตอนเช้าได้ ควรทำ หรือติดผ้าม่านกันแสง เพื่อลดกรองแสงและความร้อนที่จะส่งเข้าห้องช่วงเช้าตรู่ และไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิต่ำจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ร่างกายปรับตัวกับอากาศจริงข้างนอกไม่ทัน อาจทำให้ป่วย หรืออ่อนเพลียได้ง่ายขึ้น


นอกจากนั้น อุณหภูมิของน้ำที่อาบก็สำคัญ การอาบน้ำเย็นจัด ๆ ในหน้าร้อนอาจจะทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิปกติ และไม่ปล่อยให้ร่างกายเปียกน้ำไปโดนพัดลมหรือโดนลม เพราะอาจจะทำให้เป็นไข้ได้ รีบเช็ดตัวให้แห้งหลังจากจากการอาบน้ำ และสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ สลาย ๆ แทนดีกว่า และอย่าลืมปกป้องของคุณด้วยครีมกันแดดนะค่ะ

นวพร เอี่ยมธีระกุล
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
Website : 
Email : yanincosmetic@hotmail.com

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

เคล็ดลับผิวขาวสวยสุขภาพดีในหน้าร้อน

เคล็ดลับผิวขาวสวยสุขภาพดีในหน้าร้อน

วันนี้ นำเคล็ดลับวิธีการดูแลผิวหน้าร้อน ที่จะช่วยให้คุณมีผิวขาวสวยสดใสกับอากาศร้อนๆ ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

เมื่อต้องเผชิญแสงแดด สิ่งที่คุณสาว ๆ ขาดกันไม่ได้เลย ก็คือ ครีมกันแดด และสำหรับแสงแดดที่แผดจ้า อย่างนี้สาว ๆ ต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไปถึงจะพอ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะสู้แสงแดดแรง ๆ ในบ้านเราไม่ได้ และในการแต่งหน้า คุณสาว ๆ อย่าใช้รองพื้นที่หนาเกินไป เพราะคุณจะสวยได้ไม่นาน หน้าก็จะมันเยิ้มจากการเผชิญแสงแดดร้อนจ้า ซึ่งแน่นอนว่า การที่ครีมรองพื้นละลายเข้ากับความมันบนใบหน้า แล้วใบหน้าคุณก็จะมีสิวเห่อเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้น ควรทาครีมกันแดดและรองพื้นบาง ๆ ก็พอค่ะ หรือไม่ก็ทาแป้งแบบชริมเมอร์ก็ช่วยเรื่องความสว่างสดใสได้เยอะ ส่วนเครื่องสำอางนั้น ลองเลือกที่กันน้ำได้ก็จะลดปัญหาเครื่องสำอางละลายเปื้อนใบหน้าได้

เมื่อออกไปข้างนอก โดยแสงแดดมาเป็นเวลานาน หรือไม่ว่าแดดจะแรงเท่าไหร่ เมื่อกลับมาบ้านแล้ว ลองใช้น้ำเย็นล้างหน้า รับรองว่า นอกจาก จะรู้สึกผิวสดชื่นเย็นสบายแล้ว น้ำเย็นยังช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้เป็นอย่างดีด้วย

ข้อสำคัญในหน้าร้อน ๆ อย่างนี้นะค่ะ คือ การดื่มน้ำค่ะ ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ดื่มให้ได้อย่างน้อย 8-10 แก้ว การดื่มน้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ในฤดูร้อนที่ผิวมักจะแห้ง และทานผลไม้ หรือน้ำผลไม้กันบ่อย ๆ เช่น แตงโม แคนตาลูป หรือผลไม้ธาตุเย็น เพราะผลไม้ประเภทนี้จะอุดมไปด้วยน้ำที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวพอ ๆ กับน้ำเลยค่ะ แต่จะดีตรงที่มีรสชาติดีและยังเป็นอาหารบำรุงผิวที่คุณจะได้มาพร้อมกับความหวานอร่อยของผลไม้นั่นเองค่ะ ดังนั้น ทานผลไม้เยอะ ๆ กันให้ได้ทุกวันนะค่ะ

นวพร เอี่ยมธีระกุล (นู๋กบ)

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

แนวทางเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

แนวทางเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

แสงแดดเป็นภัยใกล้ตัวที่เรานึกไม่ถึง จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากชั้นบรรยากาศที่ทำหน้าที่กรองรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet, UV) ค่อย ๆ ถูกทำลายลง จนทำให้รังสียูวีเอและรังสียูวีบีที่มีอยู่ในแสงแดดตกลงมากระทบถึงพื้นผิวโลก ส่งผลให้ผิวของคนเราเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวแก่ก่อนวัย จุดด่างดำ ฝ้า กระ ผิวไหม้ แสบแดง ผิวหนังอักเสบ ไปจนถึงมะเร็งผิวหนัง  ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (ครีมกันแดด) จะช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (ครีมกันแดด) ที่วางขายอยู่ในท้องตลาดมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันรังสียูวีเอ และรังสียูวีบี โดยช่วยลดปริมาณรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่จะมาถึงผิวโดยอาศัยคุณสมบัติของสารป้องกันแสงแดดที่มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
  1. กลุ่มสารที่เป็นสารสะท้อนแสงแดด โดยสารกลุ่มนี้จะเคลือบอยู่บนผิวไม่ดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง เช่น ซิงค์ออกไซด์ (Zinc oxide) ไตตาเนียมไอออกไซด์ (Titanium dioxide) แมกนีเซียมคาร์บอเนต (Magnesium carbonate และ Magnesium oxide) เป็นต้น
  2. กลุ่มสารที่เป็นสารดูดซับแสง สารเหล่านี้จะทำหน้าที่ดูดซับแสงแดดทำให้แสงแดดไม่สามารถผ่านเข้ามาทำอันตรายต่อผิวหนังได้ เช่น แอนทรานิเลต (Anthranilate) เบนโซฟิโนน (Bensophenone) ซินนาเมต (Cinnamate) เป็นต้น

คำว่า Sun Protection Factor (SPF) คงคุ้นหูเป็นอย่างมาก มันเป็นค่าที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (ครีมกันแดด) เช่น ถ้าปกติโดนแสงแดดได้นานเป็นเวลา 30 นาที แล้วถึงจะอาการแสบ ร้อน หรือไหม้ที่บริเวณผิวหนัง แต่เมื่อได้ทาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด (ครีมกันแดด) ที่ผสมสารป้องกันแสงแดดที่มีค่า SPF 15 ก็จะสามารถสัมผัสกับแสงแดดได้นานขึ้นถึง 15 เท่า ก็คือ 450 นาที เครื่องสำอางที่มีค่า SPF มากย่อมทำให้ระยะเวลาที่ผิวสามารถทนทานต่อแสงแดดนานขึ้นตามลำดับ แต่เครื่องสำอางนั้นก็จะเหนียวเหนอะมากขึ้น และมีสารเคมีที่ใช้กันแดดมากตามเช่นกัน ดังนั้น โอกาสที่ผู้ใช้จะเกิดการแพ้หรือระคายเคืองย่อมมีมากกว่าผู้ที่ใช้เครื่องสำอางที่มีค่า SPF ต่ำ อีกทั้งเครื่องสำอางที่มีค่า SPF ยิ่งมากราคายิ่งแพง

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดมีการผลิตออกมามากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จนในบางครั้งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนในการเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ อย่างคำว่า sunscreen และ sunblock ที่ระบุอยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 คำนี้ อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสงสัยว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร และชนิดไหนให้ผลดีกว่ากัน ซึ่งในความเป็นจริง 2 คำนี้ใช้เรียกแทนกันได้ในการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิต เพียงแต่ sunscreen (Chemical Sunscreen) คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันแสงแดดเป็นส่วนผสม มีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวหนังจากแสงแดดได้ด้วยการดูดซับรังสี UV และควรทาก่อนถูกแสงแดดเป็นเวลา 30 นาที เนื่องจาก ต้องการเวลาในการเกิดปฏิกิริยาเคมี ส่วน sunblock (Physical Sunscreen) เป็นคำที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะทึบแสงมาก ๆ และมีความข้นหนืดสูง มีคุณสมบัติปกป้องผิวด้วยการช่วยสะท้อนหรือกระจายแสง UV ออกจากผิว ไม่ให้แสง UV ผ่านเข้าชั้นผิวหนังได้ 

สำหรับการเลือกซื้อครีมกันแดดอย่างถูกวิธี คือ

  1. ฉลากผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดจะต้องเป็นภาษาไทย แสดงชื่อและประเภทของผลิตภัณฑ์ ชื่อและปริมาณส่วนประกอบสำคัญ ชื่อที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ ปริมาณ สุทธิ คำเตือน เลขที่จดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และมีอายุไม่เกิน 2 ปี
  2. ควรพิจารณาเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีสารกรองแสงรังสีทั้งยูวีเอและยูวีบีเป็นองค์ประกอบ
  3. ควรเลือกซื้อครีมกันแดดที่บอกค่าป้องกันแสงแดด (SPF-Sun Protection Factor) เช่น SPF 15 หรือ 30 เป็นต้น และควรเลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น ถ้าต้องทำงานนอกสถานที่ หรือต้องได้รับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ควรเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีค่าสูง เช่น SPF 15 หรือมากกว่านั้น
  4. ในกรณีที่ต้องการป้องกันแสงแดดขณะว่ายน้ำ ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่กันน้ำ (Water resistance) ถ้าใช้ขณะอากาศร้อนมากเหงื่อออกง่าย หรือป้องกันแสงแดดเมื่อเล่นกีฬา ควรเลือกชนิดทนต่อเหงื่อ (Sweat resistance)
  5. ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ครีมกันแดด โดยทาผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดนั้น ๆ ในปริมาณเล็กน้อยที่บริเวณท้องแขน แล้วทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง หากไม่มีความผิดปกติใด ๆ แสดงว่าใช้ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ครีมกันแดดเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาแดดจัด ๆ โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. และควรทาครีมกันแดดอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้เนื้อครีมเคลือบติดที่ผิวได้ดี สำหรับผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ แนะนำให้ทาซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการปกป้องผิวจากแสงแดด
นวพร เอี่ยมธีระกุล
Email : yanincosmetic@hotmail.com

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

ผู้หญิงยุคใหม่ต้อง “ผิวขาวสวย”


ผู้หญิงยุคใหม่ต้อง “ผิวขาวสวย”

กระแสสังคมสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ คือ การมี “ผิวขาว” ซึ่งถือได้ว่า เป็นใบเบิกทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิต ผลที่ตามมาอย่างต่อเนื่องนั่น คือ “ความมั่นใจ” ในการแต่งตัวของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีผิวขาวสวย เพื่ออวดโฉมผิวพรรณของตัวเอง

จากการวิจัยถึงสาเหตุหลักของการใช้เครื่องสำอางของผู้หญิงของอนุภพ สุวรรณนั้น พบว่า สาเหตุหลักของการใช้เครื่องสำอางนั้น เพราะเพื่อความสวยงามถึงร้อยละ ๖๘ และรองลงมาของการใช้เครื่องสำอาง เพราะเสริมสร้างบุคลิกภาพ และความมั่นใจถึงร้อยละ ๕๖ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ได้ถูกกลืนกินจนกลายเป็นค่านิยมที่มุ่งแต่เฉพาะความต้องการให้ “ผิวขาว” ที่สวยงามตามกระแสความเชื่อหลักของคนในสังคมเมืองยุคปัจจุบันนี้ไปเสียแล้ว

ด้วยความสวยงาม และการมีผิวขาวของผู้หญิงยุคใหม่นั้น กระแสสังคมยังได้ผูกโยงกับความสาวที่ไม่มีริ้วรอย เหี่ยวย่น ต้องสดใส เต็งตึงตลอดเวลา นักวิทยาศาสตร์ทางด้านความงาม จึงมองว่า รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าถือเป็นโรคร้ายชนิดหนึ่งที่ต้องปราบให้สิ้นซาก บริษัทเครื่องสำอางทั้งใน และต่างประเทศจึงทุ่มเทการวิเคราะห์ วิจัยในการผลิตครีมลดรอยเหี่ยวย่น เพื่อตอบสนองผู้หญิงทั่วทั้งโลกที่เกลียด และกลัวความแก่ ผู้หญิงจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงในประเทศไทยและต่างประเทศต่างหาซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อลดริ้วรอยเหี่ยวย่น และทำให้ตัวเองมีผิวขาวสวย ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยยอมเบียดเบียนตัวเอง ยอมอดแต่ขอให้ตัวเองได้สวยและดูดี การจัดการความงามเพื่อให้ความสวยคงทนนั้น จึงอยู่บนหลักการปฏิบัติตัวที่อยู่บนความมีวินัย และต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผล เคยทำแล้วจะต้องทำต่อไป เลิกได้ยาก ใช้ผลิตภัณฑ์ก็ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง เช่น การเลือกใช้ครีมบำรุงผิว ครีมลดริ้วรอย ครีมทำให้ผิวขาวใส

อย่างไรก็ดี ผู้หญิงยุคใหม่ยังถูกกระแสสังคม ทำให้เชื่อว่า การมีผิวขาวสวยเป็นสิ่งที่แสดงคุณค่า และตัวตนของผู้หญิงนั้น ทำให้เกิดการหมกมุ่นและเสียเวลาเงินทองกับการจัดการความงามที่ไม่มีสิ้นสุด แทนที่จะมองในเรื่องของคุณค่าและความสามารถของการทำงาน การยึดติดความสุขความพอใจไว้กับความความสวยงามของรูปลักษณ์ ทำให้ผู้หญิงร้องหา และไขว่คว้า เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขนั้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้หญิงเหล่านี้ ถูกควบคุม และตกอยู่ภายใต้สังคมบริโภคนิยมที่มีการปฏิบัติในการสร้างความงาม ซึ่งใช้ข้อมูลความรู้ที่ได้จากการวิจัยทดลองจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการอ้างอิงให้เชื่อถือว่า เป็นความจริง สังคมบริโภคนิยมนำเสนอภาพความงามและการจัดการความงามให้ชวนน่าสัมผัส ทำให้ความเสี่ยง ความเจ็บปวด และอันตรายจากการจัดการความงามเป็นสิ่งที่ถูกผู้หญิงมองข้ามไป

นวพร เอี่ยมธีระกุล
สอบถามเพิ่มเติม 0816518088

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต